วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ล้างพิษอย่างง่าย...ใครก็ทำได้

คนทุกวันนี้ใช้ชีวิตไม่ง่าย ใครบอกว่าชีวิต ดี๊ ดี ไม่รู้ว่าพูดไปปาดน้ำตาไปหรือเปล่า ยิ่งคนที่ใช้ชีวิตในเมืองที่แสนเครียด แก่งแย่งแข่งขัน สิ่งแวดล้อมย่ำแย่ อากาศมีแต่มลภาวะ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ อาหารขยะเกลื่อนเมือง อาหารปนเปื้อนก็มีไม่น้อย ร่างกายของเราจึงรับเอาสารพิษเข้าไปเกือบทุกวัน บางทีซ้ำร้ายเป็นสารโลหะหนัก จริงๆ  แล้วร่างกายก็มีกลไกกำจัดสารพิษออกไปได้เอง แต่มีข้อแม้ว่าต้องในปริมาณที่ไม่มากเกินไปนะ ถ้าเกินขีดจำกัดก็จะทำให้เกิดสารพิษตกค้างสะสมในร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว มีโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เกิดขึ้นได้ หลายคนจึงเริ่มมองเห็นความสำคัญของการล้างสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งเราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่เอะอะกินยา หรือวิ่งโร่ไปหาหมอ และต่อไปนี้เป็นวิธีล้างพิษแบบง่ายๆ ที่หลายคนอาจนึกไม่ถึงค่ะ



น้ำ...ห้ามขาด
น้ำไม่เพียงช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกภายนอกร่างกาย น้ำยังช่วยนำของเสียหรือสารพิษออกจากร่างกายของเราด้วย ซึ่งช่องทางที่สารพิษถูกขับออกจากร่างกายมีหลายทาง ได้แก่ ทางปัสสาวะ อุจจาระ การหายใจ เหงื่อ  ดังนั้น จึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน โดยเฉลี่ยควรดื่มอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร หรือประมาณ 6 – 8 แก้ว น้ำเปล่าที่ใสสะอาด ปราศจากสี กลิ่น และตะกอน นี่แหละดีที่สุด ดื่มแล้วก็ไม่ต้องกังวลว่าจะอ้วนเพราะน้ำเป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน ส่วนคนที่อยากดื่มน้ำอื่นๆ ที่ไม่ใช้น้ำเปล่า ไม่ว่าจะเป็นน้ำหวาน น้ำผลไม้ ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ก็ได้เหมือนกัน แต่ดื่มเยอะไปก็รับน้ำตาลเข้าไปด้วย อ้วนไม่รู้นะเออ ฉะนั้นดื่มบ้างพอชื่นใจแต่เน้นน้ำเปล่าดีที่สุดค่ะ



คัดสรรสิ่งที่กิน
ลดการบริโภคอาหารสมัยใหม่ อาหารดัดแปลง เนื้อสัตว์ อาหารที่อุดมด้วยแป้งขัดขาว น้ำตาล ไขมัน  เพราะอาหารเหล่านี้จะทำให้เกิดคราบตะกรันเหนียวหนับเกาะสะสมที่ผนังลำไส้ แม้จะถ่ายอุจจาระทุกวันก็ออกไปได้ไม่หมด ทำให้เป็นแหล่งเพาะแบคทีเรีย เกิดการบูดเน่าหมักหมม และเกิดสารพิษที่เป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ





ผักผลไม้อย่าให้ขาด
เพิ่มเส้นใยอาหารในแต่ละมื้ออาหาร ด้วยการกินผักและผลไม้ ถ้าไม่อยากน้ำหนักขึ้นก็เลือกกินผักและผลไม้สดที่มีรสไม่หวานนัก เส้นใยอาหารจะไปทำหน้าที่อุ้มน้ำ ไขมัน และแบคทีเรียในลำไส้ ทำให้อุจจาระเคลื่อนตัวเร็ว ไม่เกิดการหมักหมมในลำไส้ และถูกขับถ่ายออกจากร่างกาย
ล้างก่อนกิน
        กินผักผลไม้เพิ่มเส้นใยให้ไปกวาดลำไส้ให้สะอาด แต่ต้องระวังอย่าไปเพิ่มสารพิษให้ร่างกายเข้าล่ะ ดังนั้นก่อนกินหรือนำไปปรุงควรล้างให้สะอาด จะได้ไม่มียาฆ่าแมลงตกค้าง ถ้าเป็นไปได้อย่ากินผักหรือผลไม้ซ้ำ ๆ กัน ให้กินหลากหลายเข้าไว้ จะได้ไม่ต้องรับสารเคมีตัวเดิมๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ


อย่าให้ท้องผูก
หากปล่อยให้ท้องผูก สารพิษสะสมที่เกิดจากการบูดเน่าของอุจจาระก็จะคั่งค้างหมักหมมในลำไส้และดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ถ้าไม่อยากท้องผูกมีหลายวิธีที่ช่วยได้
-  กินอาหารที่มีกากใยเยอะๆ
-  ดื่มน้ำให้เพียงพอ น้ำจะไปช่วยให้กากอาหารอ่อนตัวลง ขับออกได้ง่าย
-   ออกกำลังกาย เหมือนไม่เกี่ยวแต่เกี่ยวนะจ๊ะ การออกกำลังกายจะช่วยให้ลำไส้ขยับเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ทำให้อาหารส่งผ่านไปได้สะดวก กากอาหารจึงไม่หมักหมมอยู่ในลำไส้ โอกาสเกิดท้องผูกก็ลดลง  ถ้างอแงว่าจะหาเวลาไหนมาออกกำลังกาย เอาเป็นว่าแค่เดินสัก 20-30 นาทีก็ช่วยให้ลำไส้ได้เคลื่อนไหวแล้วล่ะ
-   ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลาทุกวัน ฝึกบ่อยๆ จนเคยชิน
-   ปวดแล้วอย่ากลั้นไว้
-   ผ่อนคลายความเครียดลงซะบ้าง
-   ชา กาแฟ แอลกอฮอล์ งดได้ควรงด เพราะไปทำให้ลำไส้บีบตัวน้อยลง
        

        ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายมีประโยชน์สารพัด รวมถึงการขับสารพิษออกจากร่างกายด้วย โดยร่างกายจะขับสารพิษผ่านเหงื่อและรูขุมขน เลือกวิธีออกกำลังกายที่คุณชื่นชอบ สะดวก จะได้ทำเป็นประจำไม่นึกเบื่อไปซะก่อน ถ้าจะให้ดีควรเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรคบิก ทำติดต่อกันอย่างน้อย 20 นาที
         
       เห็นมั้ยคะว่าล้างพิษด้วยตัวเองง้าย ง่าย คุณก็ทำได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยความตั้งใจและวินัยพอสมควร ถ้าอยากสุขภาพดีก็เริ่มที่ตัวคุณเองก่อนนั่นแหละ ทำแล้วก็อย่าล้มเลิกความตั้งใจกันง่ายๆ ล่ะ

แสดงความคิดเห็น