วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ออ(โร)ร่า...หน้าเด้ง

กระแสหน้าใสไม่เคยตกเทรนด์    สาว ๆ หลายคนที่ดูแลผิวหน้าให้สวยใสแบบจัดเต็ม เป็นต้นว่าพฤติกรรมอะไรที่ว่าดีก็รีบทำ   อะไรที่ว่าแย่ทำร้ายผิวหน้าก็ลด ละ เลิก    สูตรพอกหน้าที่ใครว่าเจ๋งก็ไม่เคยพลาด   ถ้าทำเป็นประจำวินัยสม่ำเสมออย่างนี้  ผิวหน้าจะใสเป๊ะคงไม่ใช่เรื่องแปลก   แต่สาวบางคนที่ยังรู้สึกว่าผิวหน้าไม่ใสยังแผ่ออร่าไม่สมใจล่ะก็   คงต้องหาตัวช่วยเพิ่ม   ถ้าจะเอาแน่นอนก็พึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์ไปเลย อย่างเช่น อโรร่า (Aurora)  


แต่เดิมการทำหน้าใสจะรักษาด้วยแสง IPL หรือ แสงความเข้มข้นสูง (Intense pulsed light) อย่างเดียว   ซึ่งได้ผลดีในระดับหนึ่ง   ต่อมาได้มีการผสมผสานเทคนิคเพื่อให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น   กลายเป็นเทคโนโลยีอโรร่าที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี่ล่ะค่ะ

เทคโนโลยีอโรร่าเป็นการนำแสง IPL   มาใช้ร่วมกับ RF หรือคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency)     หลักการก็คือ การฉายแสง IPL ลงไปจับกับเป้าหมายซึ่งได้แก่ เม็ดสีต่างๆ  และสารฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงในชั้นหนังแท้ก่อน   ทำให้เป้าหมายมีอุณหภูมิสูงขึ้น และมีความต้านทานต่อคลื่นความถี่วิทยุ หรือ RF น้อยลง   ทำให้คลื่นความถี่วิทยุสามารถผ่านลงไปถึงเป้าหมายได้มากขึ้น ส่งผลให้เส้นเลือดฝอยดีขึ้น ผิวหน้าขาวใส รอยดำ กระ จางลง และการที่มีอุณหภูมิในชั้นหนังแท้เพิ่มขึ้นยังเป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่เพิ่มขึ้น   ทำให้ผิวหน้าเต่งตึง ริ้วรอยลดลง รูขุมขนกระชับขึ้น




การทำหน้าใสด้วยอโรร่าใช้เวลาในการทำประมาณ 30 นาที ซึ่งถือว่าสั้นมาก  ไม่ต้องใช้ยาชาทา   ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก   คุณหมอจะฉายแสง IPL และคลื่นความถี่วิทยุลงไปบริเวณผิวหน้าจนทั่ว   อาจเน้นในบางจุดที่มีปัญหาเป็นพิเศษ   หลังทำอาจจะมีรอยแดงๆ บ้างเล็กน้อย ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องตกใจ   สาวๆ สามารถแต่งหน้าไปทำงานต่อได้เลย ถ้าอยากหน้าขาวใสเห็นผลชัดเจนให้ทำซ้ำทุก 1 เดือน ประมาณ 4-5 ครั้งค่ะ

สาวๆ ที่ใต้วงแขนหรือรักแร้ดำ ปัญหาชวนสยองของสาวๆ ทั้งโลก สามารถปรึกษาคุณหมอแก้ไขได้ด้วยอโรร่าเช่นกัน เรียกว่าไม่ได้ทำหน้าขาวใสได้อย่างเดียว จุดละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของสาวๆ อย่างรักแร้ก็ทำให้ขาวขึ้นได้ จะใส่เสื้อแขนกุด เกาะอก ยกแขนโชว์รักแร้ก็ไม่ต้องเหนียม ๆ อาย ๆ อีกต่อไป


ถ้าจะมอบสโลแกน...ขาวบริ๊งตั้งแต่หน้ายันรักแร้...ให้ คงไม่เว่อร์หรอกใช่มะ
แสดงความคิดเห็น